คนค้นคน กับ รอยเท้าที่ก้าวเดิน

        เมื่อนึกถึงแวดวงสื่อสารมวลชน ภาพที่เห็นได้ชัดก็คงจะหนีไม่พ้น การสื่อสารที่เกี่ยวกับโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ชนิดต่างๆ ซึ่งวิธีในการผลิตสื่อแต่ละอย่างนั้นก็แตกต่างกันออกไป ตามแต่กระบวนการที่เป็นบรรทัดฐาน แต่สิ่งที่สื่อสารมวลชนเหล่านี้เหมือนกันก็คือการเสนอความเป็นไปของสังคมและ ข้อเท็จจริงในข่าวให้คนในสังคมได้รับทราบ รวมถึงการสร้างสรรค์ความบันเทิงในรูปแบบทั้งภาพ เสียง และตัวอักษรเพื่อจรรโลงใจแก่ผู้รับสาร และถ้าจะพูดถึงงานเขียนหรือรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องราวสาระเกี่ยวกับชีวิตของคนในสังคม รายการคนค้นคน ดูจะเป็นอีกหนึ่งรายการที่เจาะลึกวิธีคิด และการดำเนินชีวิตของคนธรรมดาให้ดูไม่ธรรมดาขึ้นมาได้ ด้วยความคิดที่ว่า ต้องการเป็นรายการทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ชม
 
เมื่อวันเสาร์ที่16 กันยายน 2549 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “เขียนอย่างไรให้เป็นพลังสังคม” บรรยายโดยทีมงานจากบริษัททีวีบูรพา จำกัด ที่กำลังได้รับความนิยมจากรายการคนค้นคน กบนอกกะลา และหลุมดำ โดยการสัมมนาในครั้งนี้ มุ่งเน้นให้นักศึกษาที่เรียนทางด้านนิเทศศาสตร์ สื่อสารมวลชน ได้ทำความเข้าใจ รู้จักคิด วิเคราะห์และค้นหาแหล่งข้อมูลจากสิ่งที่อยู่รอบๆตัวหรือจากการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆแล้วนำมาแตกประเด็นเพื่อต่อยอดความคิดออกมาเป็นรูปแบบการสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ
 
นายประสาน อิงคะนันท์ โปรดิวเซอร์และพิธีกร รายการคนค้นคน กล่าวว่า ก่อนที่จะเป็นรายการคนค้นคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนักเนื่องจากด้วย รูปแบบรายการที่เน้นเชิงสารคดีชีวิตบุคคลประกอบกับผู้ดำเนินรายการนั้นไม่ใช่บุคคลที่มีชื่อเสียง ทำให้ต้องใช้ความอดทนในการทำงาน แต่ต่อมาทางสถานีโทรทัศน์ช่องเก้า ได้มีการปรับรูปแบบการนำเสนอรายการใหม่ โดยยึดหลัก สถานีทางเลือก ที่เน้นสาระประโยชน์ให้กับผู้ชม มากกว่าการนำเสนอแต่ละคร ทำให้รายการคนค้นคนได้เริ่มต้นขึ้นอย่างสมความตั้งใจ
 
“ช่วงแรกๆจะยาก เพราะไม่ค่อยมีสปอนเซอร์ที่จะให้ความสนใจ ซึ่งถ้ารายการไม่ประสบความสำเร็จภายในสามเดือน สปอนเซอร์เขาก็เลิก ไม่ให้เงินสนับสนุนต่อ และทุกรายการก็จะเป็นเหมือนกันหมด แต่เมื่อรายการคนค้นคนเริ่มอยู่ตัวได้ หนึ่งปี บริษัทก็ออกรายการใหม่อีก คือ กบนอกกะลาเพื่อเป็นรายการที่นำเสนอจุดเริ่มต้นของสิ่งใกล้ตัว เช่น การตามหาที่มาของปูเค็มในจานส้มตำ”นายประสาน กล่าว
 
นางสาวจิรา บุญประสงค์ โปรดิวเซอร์และพิธีกรรายการหลุมดำ กล่าวเสริมว่า สำหรับความยากต่างๆที่ผ่านมาได้นั้น เพราะการที่ทุกคนทำงานอย่างหนักและทุ่มเท ทั้งฝ่ายโปรดิวเซอร์ ครีเอทีฟ ฝ่ายข้อมูล ทำให้รายการเป็นรูปร่างที่สามารถนำเสนอผ่านสายตาผู้ชมได้อย่างครบถ้วนและสิ่งหนึ่งที่คิดว่ารายการมีกระแสตอบรับที่ดี น่าจะเป็นเพราะว่ามันเป็นเรื่องของคน  เรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก      ซึ่งรายการโทรทัศน์บางรายการไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพูดถึง แต่ คนค้นคนเลือกจะนำเสนอ และพอมันมาจากชีวิตจริงที่สัมผัสได้ มันไม่ใช่ละคร คนดูเลยเข้าถึงได้ง่าย ทำให้เกิดการติดตามชมรายการ  พิธีกรรายการคนค้นคนแนะนำเพิ่มว่า

การเลือกข้อมูลในการทำรายการนั้น จะมีอยู่สามทางหลักๆคือ หนึ่ง มาจาการสังเกตคนรอบๆข้างและการติดตามข่าวสาร หรือการเดินทางไปยังที่ต่างๆ แล้วนำมาคิดและหามุมมองใหม่ เช่น การเดินทางไปเที่ยวป่า แล้วเราสามารถเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งมันก็จะเป็นการสะสมความรู้จากคนที่เราพบเจอ และบางครั้งคนเหล่านั้นอาจเป็นคนที่จุดประเด็นใหม่ๆให้เราก็เป็นได้ ข้อสอง คือ การตั้งประเด็น เช่น ถ้าเราคิดจะทำประเด็นเด็กเร่ร่อนแถวสนามหลวง เราก็ต้องเข้าไปหาแหล่งข้อมูล ซึ่งการเก็บข้อมูลต้องทำการหาจากหลายๆแหล่ง เพื่อนำมาวิเคราะห์ให้ตรงกับประเด็นให้มากที่สุดและข้อสาม ก็คือการเปิดรับข้อมูลจากผู้ชมทางบ้าน ที่แนะนำเรื่องเข้ามา
 
“การสังเกตคนเป็นถือเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของคนทำสื่อ ยกตัวอย่างง่ายๆ เมื่อก่อนตนเองเคยมีโอกาสไปทำเรื่อง คนขายพวงมาลัย ซึ่งจริงๆมันก็เป็นแค่ประเด็นธรรมดา ที่ใครๆก็มักจะพูดถึง แต่ว่า คนขายพวงมาลัยที่เราไปเลือก เป็นคนขายแถวถนนราชดำเนิน หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ จุดเด่นของมันก็คือ ขายมาสี่ชั่วอายุ แล้ววันที่เราไปถ่ายคุณยายก็กำลังร้อยมาลัย เหลนก็วิ่งเล่นอยู่ริมถนน ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า ทำไมถึงยังทำอาชีพร้อยมาลัยขายอยู่ได้นานขนาดนี้ หรืออาจจะให้ความหมายว่า พวกเขาไม่สามารถออกจากวังวนในชีวิตของตนได้  อันนี้คือการมองประเด็นรอบๆ ฉะนั้นรายการคนค้นคน จึงเป็นการนำเสนอ แนวความคิดของคน เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้”พิธีกรคนค้นคน กล่าว

นอกจากการผลิตรายการโทรทัศน์แล้ว บริษัททีวีบูรพา จำกัด ยังได้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่ชื่อว่า นิตยสาร ค คน เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบของรายการคนค้นคน และเนื่องจากการที่ผู้จัดทำต้องการเห็นหนังสือน้ำดีบนแผงตามร้านหนังสือ ทำให้นิตยสาร ค คน ได้ปรากฏสู่สายตาผู้ที่ชื่นชอบการอ่าน ภายใต้สโลแกนที่ว่า จุดไฟชีวิต จุดความคิดผู้คน โดยหัวใจในการทำงานก็คือ ต้องรับผิดชอบต่อผู้อ่าน

นายประสาน กล่าวว่า นิตยสาร ค คน เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท เนื่องจากเราทำธุรกิจ แต่ก็มิได้จะมุ่งหวังแต่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ที่เลือกทำหนังสือ ก็เพราะว่าไม่ค่อยมีใครทำ และเนื่องจากเรามีรายการโทรทัศน์แล้วก็เลยอยากผลิตหนังสือ เพื่อช่วยขยายฐานผู้ชม และผู้อ่าน เพราะบางอย่างในหนังสือก็ไม่มีอยู่ในรายการโทรทัศน์
 
“จะเห็นได้ว่า คนทำข้อมูลวารสารจะแตกต่างจากคนทำโทรทัศน์ อย่างหนึ่งตรงที่ว่า ส่วนใหญ่ข้อมูลที่ได้ จะเป็นข้อมูลปฐมภูมิ คือเป็นข้อมูลที่เราไปเจอมาเอง แต่คนอื่นก็จะมาก๊อปปี้เราไปอีกที เปรียบเหมือนการเล่าข่าว เขาก็จะเอาเรื่องที่คนวารสารทำมาอ่าน”นายประสาน กล่าว

โดยนางสาวจิรา เสริมต่อไปว่า จริงๆตนไม่เคยทำรายการโทรทัศน์มาก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้ จากการทำหนังสือก็คือ เราจะสามารถจับประเด็นเป็น วิเคราะห์ประเด็นได้ คือ ถ้าเราไปเจอเหตุการณ์บางอย่างแล้วเรามองผ่านไป เราก็ไม่สามารถหยิบประเด็นขึ้นมาได้ แต่กลับกันถ้าเรามองแล้วคิด และวิเคราะห์ เรื่องที่เราเจอก็จะแตกประเด็นเพิ่มได้  ซึ่งการที่จะเขียนให้เป็นพลังสังคมก็คือ ควรจะเขียนออกมาแล้วสามารถทำให้คนรู้สึกได้ ฉะนั้นเราควรให้ความสำคัญกับภาษาที่เขียน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมององค์ประกอบอื่นๆด้วย เช่น เรื่องของ ประเด็น การวิเคราะห์  และการที่จะเขียนออกมาให้ดีนั้น ก็ต้องเริ่มมาจากการสั่งสมอ่านที่ดี โดยการอ่านนั้นควรเลือกอ่านหนังสือให้ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะมีสาระหรือไม่ก็ตาม   และการฝึกสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบๆ ไม่ใช่การลอกงานของคนอื่น

โปรดิวเซอร์รายการคนค้นคน ได้ย้ำจุดยืนของรายการว่า รูปแบบของรายการคนค้นคน นั้นคือ ต้องการให้เกิดการส่งเสริม ความเข้าใจของคนในสังคม อาจจะไม่ต้องรักกันมากมาย แต่อยากให้เข้าใจในความแตกต่างของชีวิตผู้คนในสังคม ที่มีความหลากหลาย และก่อเกิดเป็นความเห็นใจซึ่งกันและกัน
อย่างไรก็ดี สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนผลิตสื่อ ก็คือ จิตสำนึกที่ดีในจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสื่อชนิดไหนหรือการสร้างสรรค์จะออกมาในรูปแบบไหนก็ตาม แต่ถ้าคนทำสื่อขาดความรับผิดชอบต่อผู้รับสารแล้ว สื่อที่ผลิตออกมาต่อให้มีกระบวนการที่ยอดเยี่ยมและสลับซับซ้อนสักเพียงใด ก็คงจะเป็นได้แค่สื่อที่ไร้คุณค่า และรอวันที่ผู้รับสารจะโยนทิ้งออกจากความคิดก็เท่านั้นเอง
 

                                                                                                                                            
                                                   

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: