โลกร้อน

มีใครเคยสงสัยหรือเปล่าว่าทำไมโลกกลมๆใบนี้ เวลาเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ เช่น ภัยพิบัติทางน้ำ  ทางอากาศ  จึงมีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี จะเห็นได้จากอุทกภัยทางภาคเหนือ เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม2549   ที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก ซึ่งในบางครั้งสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะเกิดก็กลับอุบัติขึ้นอย่างน่าตกใจ  และพอเหตุการณ์ผ่านไป    ผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นก็จะออกมาพูด อธิบายหาสาเหตุต่างๆนานา  แต่ที่สุดแล้วเราก็ทำได้เพียงแค่ซับคราบน้ำตาแห่งความสูญเสีย และเร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจ  ที่เป็นเช่นนี้คงเป็นเพราะมนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ   เสียจนเคยชิน  จึงละเลยที่จะปรับสมดุลในการดำเนินชีวิตไปพร้อมๆกับธรรมชาติ ผู้ที่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่มนุษย์

ปัญหาโลกร้อนดูจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ธรรมชาติตอบแทนกลับมาให้มนุษย์  มลพิษทางสิ่งแวดล้อมในยุคโลกาภิวัฒน์ กำลังก้าวไปสู่สภาวะวิกฤตอย่างเต็มรูปแบบ  สภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ย่ำแย่ลง  การแสวงหาปัจจัยในการดำรงชีวิต กระทำได้ยากขึ้น และการแก่งแย่งก็ถีบตัวสูงขึ้นเช่นกัน  ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรมีความยากลำบากในการทำไร่ ทำนา  เนื่องจากการผกผันของฤดูการที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง  อุณหภูมิภายในโลกร้อนขึ้น จนสิ่งมีชีวิตบางชนิดทนอยู่ไม่ได้ และตายไปเพราะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้  สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา  กำลังเผชิญภัยพิบัติจากคลื่นรังสีความร้อนเช่นกัน  และด้วยเหตุโลกร้อนทำให้อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นทุกปี
            
บรรยากาศ คือ มวลอากาศที่ห่อหุ้มโลกประกอบด้วยก๊าซหลายชนิด  บรรยากาศของโลกช่วยสกัดกั้น และดูดซึมรังสีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตให้เบาบางลง  ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ถ่ายเทและควบคุมความร้อนในโลก ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมแก่การดำรงชีวิต  พลังงานแสงที่โลกได้รับจากดวงอาทิตย์นั้นมีบรรยากาศของโลกทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการควบคุมให้สมดุล  น้ำทะเลในมหาสมุทรเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายเทความร้อน ทำให้ระดับความร้อนอยู่ในภาวะสมดุล  และพลังงานแสงอาทิตย์จะแพร่กระจายออกสู่บรรยากาศในรูปของความร้อน หรือรังสีอินฟราเรดทั้งช่วงกลางวัน และกลางคืน   ปัญหาโลกร้อนทำให้เกิดสภาวะปรากฏการณ์เรือนกระจก  คำว่า เรือนกระจก คือ อาณาบริเวณที่ปิดล้อมด้วยกระจก ซึ่งกักเก็บความร้อนไว้ภายใน ประเทศเขตหนาวนิยมใช้ เรือนกระจกในการเพาะปลูกต้นไม้ เพราะดวงอาทิตย์สามารถผ่านเข้าไปภายในได้  แต่ความร้อนที่อยู่ภายในจะถูกกักโดยกระจก ไม่ให้สะท้อนออกได้ เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของพืช 
            
โทรโปสเฟียร์ Troposphere และ สตราโตสเฟียร์  Stratosphere คือ ชั้นบรรยากาศที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตมนุษย์มากที่สุด เริ่มจากโทรโปสเฟียร์ ซึ่งเป็นชั้นบรรยากาศที่อยู่ใกล้ผิวโลกมาก มีความหนาถึง 17 กิโลเมตรเหนือผิวโลก ปรากฏการณ์ด้าน ลมฟ้า อากาศ มีอิทธิพลมาจากบรรยากาศชั้นนี้  ส่วนชั้น สตราโตสเฟียร์นั้นสูงจากพื้นโลกขึ้นไปประมาณ 17-48 กิโลเมตร เป็นชั้นที่ค่อนข้างอยู่ตัว มีความแปรปรวนน้อย ไอน้ำเมฆหมอก ฝุ่นละอองมีน้อง  นักบินจึงนิยมใช้เป็นเพดานบิน เพื่อให้พ้นความปั่นป่วนของอากาศ  ในชั้นสตราโตสเฟียร์นี้  เป็นที่อยู่ของก๊าซโอโซน มีความเจือจางมากแต่สกัดกั้นรังสีอุลตราไวโอเลต ที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ได้ถึง 99 % ทำให้มนุษย์รอดพ้นจากมะเร็งผิวหนัง   
          
 เห็นได้ว่าชั้นบรรยากาศมีความเกี่ยวเนื่องกับปัญหาโลกร้อน  ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมด  เวลานี้เราคงต้องกระตุ้นจิตสำนึกของตนเองให้มีความเอื้ออาทรต่อธรรมชาติ หยุดทำร้าย และทิ้งความคิดที่ว่า ”ไม่เป็นไร” ออกจากนิสัย  เพราะถ้าหากยังปฏิบัติตัวเดิมๆ เมื่อถึงเวลาที่ธรรมชาติจะเอาคืนก็อย่าโทษสิ่งใดเลย เพราะมนุษย์นั่นแหละที่สร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นมาทำร้ายมนุษย์ด้วยกันเอง

ที่มา :  กลุ่มงานนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมป่าไม้  สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: