So hot!!!สงกรานต์

Posted in วันละเที่ยว on เมษายน 22, 2009 by onlyme01

แม้ว่าเทศกาลแห่งความชุ่มช่ำอย่างสงกรานต์จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความร้อนระอุของกรุงเทพก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้อนลงแต่อย่างใด ไหนๆก็มีวันหยุดยาวหลายวันทั้งที ออกไปทำบุญให้จิตใจสงบจากสถานการณ์ ทางการเมืองที่ร้อนไม่แพ้อากาศซักหน่อยก็ดี ว่าแล้วก็เล็งปลายทางไปที่ วัดสุทัศน์เทพวรารามฯ กรุงเทพฯ ไม่ใกล้ไม่ไกล ตั้งอยู่แถวเสาชิงช้า หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นี้เอง

ป้ายหน้าวัด

ป้ายหน้าวัด

 

วิหารด้านหน้าประตูวัด

วิหารด้านหน้าประตูวัด

 

หน้าต่างวิหาร

หน้าต่างวิหาร

 

มุมด้านข้างวิหาร มีรถสามล้อโบราณด้วย

มุมด้านข้างวิหาร มีรถสามล้อโบราณด้วย

 

รูปปั้นจีนสัญลักษณ์อีกหนึ่งอย่างของวัดสุทัศน์ฯ

รูปปั้นจีนสัญลักษณ์อีกหนึ่งอย่างของวัดสุทัศน์ฯ

 

รถโบราณ

รถโบราณ

 

หลังรถโบราณ

หลังรถโบราณ

 

ตลาดขายของแบบไทยๆ

ตลาดขายของแบบไทยๆ

 

ก๋วยเตี๋ยวไหหลำ(แม่ค้าเค้าเรียกอย่างนั้น)

ก๋วยเตี๋ยวไหหลำ(แม่ค้าเค้าเรียกอย่างนั้น)

 

ยามเย็นที่เสาชิงช้า

ยามเย็นที่เสาชิงช้า

 

เดินเที่ยวงานสงกรานต์ที่วัดสุทัศน์ฯครั้งนี้ คงจะดีไม่น้อยถ้าหากคนมาเที่ยวงานพลุกพล่านกว่านี้ เพราะเท่าที่สังเกตคนดูบางตาพอสมควร แม้กระทั่งแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวใหหลำในงานวัดยังบ่นกันอุบว่า ขายไม่ดีเหมือนปีก่อน จะเนื่องจากสาเหตุอะไรไม่รู้ แต่ถ้าจะให้เดาคงเป็นเพราะคนไม่อยากออกจากบ้านมาเจอสภาพที่คาดเดาได้ยากเหมือนเช่นที่ผ่านมา มหาสงกรานต์ปี2552 ถ้าจะเรียกอีกอย่างว่า มหาสงคราม(กลางเมือง) ก็คงไม่ผิดนัก…เห็นด้วยมั่ยคนกรุงเทพฯ???

Advertisements

ลัดเลาะที่เกาะเกร็ด

Posted in วันละเที่ยว on มีนาคม 19, 2009 by onlyme01

เกาะเกร็ด พื้นที่เล็กๆของจังหวัดนนทบุรี ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่น่าหาเวลาว่างไปชม ไม่ว่าจะเป็นทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงความเป็นธรรมชาติของชีวิตใหญ่น้อยที่อาศัยอยู่บนผืนเกาะแห่งนี้ น่าจะทำให้นักท่องเที่ยวติดใจได้อยู่ไม่มากก็น้อย เพราะนอกจากจะได้ชมเครื่องปั้นดินเผาและวัดวาอารามเก่าแก่แล้ว นักท่องเที่ยวยังได้ชิมขนมหวานชนิดต่างๆด้วย

 

ยินดีต้อนรับค๊า

ยินดีต้อนรับค๊า

 

 

วัดปรมัยยิกาวาส

วัดปรมัยยิกาวาส

วัดปรมัยยิกาวาสตั้งอยู่ที่เกาะเกร็ด เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมมีชื่อว่า “วัดปากอ่าว” คนมอญเรียกว่า”เพียะมู่ฮะเติ้ง”
ด้านหน้าวัดปรมัยยิกาวาส

ด้านหน้าวัดปรมัยยิกาวาส

 
เจดีย์เก่า ณ วัดฉิมพลี

เจดีย์เก่า ณ วัดฉิมพลี

 
พระนอน

พระนอน

 
วี้ด วิ้ว แมวมอง

วี้ด วิ้ว แมวมอง

 
จักรยานคันน้อย

จักรยานคันน้อย

 
กลุ่มหัตถกรรม

กลุ่มหัตถกรรม

 
เครื่องปั้นดินเผา

เครื่องปั้นดินเผา

 
มะม่วงปลอมไซส์บิ๊ก

มะม่วงปลอมไซส์บิ๊ก

 
จักรยาน 40 บาท เที่ยวได้รอบเกาะ

จักรยาน 40 บาท เที่ยวได้รอบเกาะ

 
ของซื้อ-ของขาย

ของซื้อ-ของขาย

 
แก้วเก๋ๆ

แก้วเก๋ๆ

 
มุมหนึ่งของพระเจดีย์มุเตา

มุมหนึ่งของพระเจดีย์มุเตา

 
พระเจดีย์มุเตา วัดปรมัยยิกาวาส

พระเจดีย์มุเตา วัดปรมัยยิกาวาส

การเดินทางไปยังเกาะเกร็ด 
 สามารถไปได้ทั้งทางรถและทางเรือ หากใครสะดวกเป็นทางรถส่วนตัวก็สามารถมาจอดได้ที่วัดสนามเหนือ แล้วลงเรือข้ามฝากไปวัดปรมัยยิกาวาส แต่ถ้าอยากนั่งรถเมล์สบายๆก็ลองเลือกขึ้นรถเมล์สาย 166 จากอนุสาวรีย์ได้ไม่ยาก แถมนั่งแป๊บเดียวก็ถึงท่าน้ำปากเกร็ด ลงรถแล้วจะเดินเข้าซอยมาข้ามเรือที่บริเวณวัดสนามเหนือก็ได้ หรือถ้าจะเป็นการกระจายรายได้ให้คุณลุงที่ปั่นสามล้อถีบหน้าปากซอย ก็ลองนั่งดู แค่ 10 บาทเท่านั้นเองค่ะ

 

 

 

 

 

 

ตอน…สอบใบขับขี่(รถยนต์)

Posted in ในขณะ...ที่ฉันว่าง on มีนาคม 12, 2009 by onlyme01

หลังจากที่ใช้เวลาว่างเสาร์-อาทิตย์ไปร่ำเรียนวิชา หัดขับรถยนต์ มา 10 ชั่วโมง(เกือบเต็ม) ก็ได้เวลาเข้าสู่โหมดการสอบใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเรียนขับรถ และโดยทั่วไปแล้วโรงเรียนทีสอนขับรถก็มักจะพานักเรียนไปสอบที่กรมขนส่งอย่างที่เราไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด

เราเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องยกความดีความชอบให้โรงเรียนสอนขับรถ ถึงแม้ว่าตอนเรียนจะไม่ได้ทำคะแนนดีเลิศ แต่ทางโรงเรียนก็ใจดี โดยเฉพาะครูที่สอนใจเย็นใช่ได้เลย พอเรียนครบชั่วโมงปุ๊บ ทางโรงเรียนก็นัดแนะวันและเวลา ให้ไปสอบใบขับขี่ ซึ่งเราเองก็เพิ่งจะรู้ว่าการไปสอบใบขับขี่ มันต้องไปแต่เช้า แถมใช้เวลาทั้งวันอีกต่างหาก

ด้วยความที่อยากให้เส้นทางการเรียนขับรถนั่นสมบูรณ์แบบอย่างเต็มที่ การได้มาซึ่งใบขับขี่จึงเป็นสิ่งที่เรา…อยากได้ แต่กว่าจะได้มาก็ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพสายตาย ความไวของร่างกาย จากนั้นก็ต้องมาทดสอบสมองอันน้อยนิด โดยการทำข้อสอบแบบเลือกตอบ ก. ข. ค. ง. คะแนนเต็ม 30 ต้องทำได้ 23 ข้อ จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ ของเราก็ทำได้แบบชิว ชิว 25 เต็ม 30 รอดไปแบบหวุดหวิด

และแล้วภาคปฎิบัติก็มาถึง การทดสอบขับรถในสนามเบื้องหน้าที่แดดช่วงบ่ายโมงกำลังแผดเผา ช่างโหดร้ายสำหรับคนที่กำลังจะลงไปขับรถจริงๆ แต่ทุกคนที่ไปสอบก็ดูมีสีหน้าที่มุ่งมั่น ซึ่งการทดสอบก็จะแบ่งเป็น 3 กระบวนท่า ไม่มากไม่น้อย เริ่มจาก เดินหน้า-ถอยหลังตรง/เทียบฟุตบาทห่างจากขอบไม่เกิน 25 ซม. / และท่าสุดท้ายการถอยหลังเข้าซอง

ระหว่างการทดสอบเราเองก็พยายามทำใจร่มๆเย็นๆ ยืนดูคนอื่นสอบจนหน้าดำ กว่าจะถึงคิวตัวเอง โน่น คนสุดท้ายของสนาม แม่เจ้า รอมา 2 ชั่วโมงกว่า ก่อนขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัย(รถ) อาจารย์ที่สอนขับเอ่ยกับเราเพียงสั้นๆว่า คนสุดท้ายแล้ว ปิดท้ายให้ดีๆนะ หลังจากนั้นมือทั้งสอง กับขาทั้งสอง ก็ผสานการหน้าที่ขับรถจนในที่สุด เราก็ผ่านด่านทั้ง 3 มาได้แบบเหงื่อท่วมกาย เพราะแอร์ในรถมันไม่ติด 555

ใครยังไม่ได้ไปสอบ ต้องลองไปดู ไม่ยากอย่างที่คิดจริงๆ พี่น้อง

มารู้จักขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกับ…อาการเป็นลมหรือหมดสติ

Posted in Health conner on กุมภาพันธ์ 27, 2009 by onlyme01

health2 

ภาวะเป็นลมหรือหมดสตินั้น เราสามารถพบได้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาการดังกล่าวเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ และอาจเป็นได้หลายสาเหตุ เช่น เหนื่อยหรือร้อนจัด หิวหรือเครียด โดยผู้ที่จะให้การช่วยเหลือผู้เป็นลมได้นั้น ควรมีความรู้ความเข้าใจในวิธีการ ดังนี้

 

วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้เป็นลม

นำเข้าพักในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
ให้นอนราบ   และคลายเสื้อผ้าให้หลวม
ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก มือ และเท้า

ให้ผู้เป็นลมหรือหมดสติดมแอมโมเนีย
ข้อสังเกต ถ้าใบหน้าผู้ที่เป็นลมขาวซีด ให้นอนศีรษะต่ำ ถ้าใบหน้ามีสีแดงให้นอนศีรษะสูง

 

วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้หมดสติ

ตรวจดูในปากว่ามีสิ่งอุดตันทางเดินหายใจหรือไม่ ถ้ามีต้องรีบนำออกโดยเร็ว

จัดให้ผู้หมดสติอยู่ในท่าที่เหมาะสม โดยให้ผู้หมดสตินอนตะแคงคว่ำไปด้านใดด้านหนึ่ง
คลายเครื่องนุ่งห่มให้หลวม และห้ามให้น้ำหรืออาหารทางปาก 
ถ้ามีอาการชักให้ใช้ ผ้าม้วนเป็นก้อนสอดระหว่างฟันบนกับฟันล่างเพื่อกันผู้ป่วยกัดลิ้นตนเอง
ทำการห้ามเลือดในกรณีที่มีเลือดออก ถ้ามีอาการไม่ดีขึ้นให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

 

รู้วิธีในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้เป็นลมหมดสติแบบนี้แล้ว อย่าลืมให้ความช่วยเหลืออย่างถูกต้องนะคะ และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ต้องไม่ตกใจจนเกินกว่าเหตุและตั้งสติอยู่เสมอค่ะ

 

จะรักษาสุขภาพในที่ทำงานได้อย่างไร ?

Posted in Health conner on กุมภาพันธ์ 26, 2009 by onlyme01

จะรักษาสุขภาพในที่ทำงานได้อย่างไร ?

 

 

ัจจุบันจำนวนคนที่นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลามีมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  การทำงานในสภาพดังกล่าวย่อมส่งผลลบต่อสุขภาพในที่สุด  แต่อย่างไรก็ตามโดยการปรับเปลี่ยนบางอย่าง  คุณจะยังสามารถรักษาสุขภาพที่ดีของคุณไว้ให้พ้นจากการถูกทำลายระยะยาวได้ โดยมีเคล็ดลับง่ายๆ แค่นี้นะ

ออกนอกสถานที่  แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ช่วงมื้อกลางวันหรือช่วงพักจะช่วยลดอาการล้า  และแสงแดดจากดวงอาทิตย์ยังเป็นแหล่งวิตามินดีให้กับคุณ  การเดินยังช่วยเรื่องระบบไหลเวียนของโลหิตในร่างกายคุณ

เปลี่ยนท่านั่ง  หากไม่สามารถเปลี่ยนเก้าอี้ที่มีคุณภาพได้  การเปลี่ยนท่านั่งจากหลังงอ  ไขว่ห้าง  ซึ่งเป็นท่านั่งที่นิยม  ให้เป็นท่านั่งหลังตรง  ไม่ไขว่ห้าง  จะช่วยลดความเมื่อยล้าและเพิ่มบุคลิกที่ดีให้กับคุณได้  กี่ครั้งแล้วที่คุณต้องลุกออกมาในสภาพขาชาข้างหนึ่ง  เดินไปหัวเราะไป

ถนอมดวงตา  การจ้องจอคอมพิวเตอร์ทำให้คุณเกิดอาการล้าที่ดวงตา  ตาแห้ง  ระคายเคือง  แสบ  ปวดหัว  ภาพมัวอยู่หรือไม่  อย่าปล่อยให้ตาคุณติดกับจออีกต่อไป  การพักสายตาบ่อยๆ  โดยการละสายตาจากจอไปมองวิวที่ไกลออกไปอย่างน้อย ๒๐ วินาทีของทุกชั่วโมงการทำงาน  รวมถึงรักษาระยะห่างประมาณหนึ่งช่วงแขน  เปลี่ยนมุมไม่ให้แสงสะท้อนจอเข้าดวงตา  ให้จออยู่ระดับตาหรือต่ำกว่าหน่อย (แทนที่จะเหลือกตาขึ้นมองให้เมื่อย)  เปลี่ยนจอเป็นจอแบนคุณภาพดี  ภาพคม  จะช่วยคุณได้มาก   

จัดต้นไม้กระถาง  อากาศในห้องทำงานจะสกปรกกว่าอาการภายนอกหลายเท่า  แถมอากาศไหลเวียนน้อย  การเพิ่มต้นไม้กระถางจะช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศ  ช่วยลดสารอันตรายจำพวกน้ำมันและของเหลวระเหยในห้องทึบได้ถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ภายใน ๒๔ ชั่วโมง  นอกจากนั้นธรรมชาติยังส่งผลดีต่อประสาทสัมผัส  อารมณ์  โดยไม่ต้องลงทุนมากมาย

แสงสว่าง   แสงสว่างสร้างอิทธิพลต่ออารมณ์  หากเป็นไปได้  พยายามให้มีแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาในห้องทำงานของคุณ  แสงสว่างจากธรรมชาติจำเป็นต่อทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจ 

วางตำแหน่งแป้นพิมพ์  การนั่งพิมพ์ด้วยความเร็วเป็นเวลานานทำให้ร่างกายต้องเคลื่อนไหวซ้ำที่เดิมจนเกิดความเครียดสะสมตั้งแต่ข้อศอก  ข้อมือ  ข้อนิ้ว  จนถึงปลายนิ้วของคุณ  จนคุณอาจรู้สึกถึงอาการตึงไปจนถึงอาการปวดอย่างรุนแรง  เพื่อหลีกเลี่ยงอาการดังกล่าว  แป้นพิมพ์ควรอยู่ในตำแหน่งที่ข้อมือขนานกับพื้น  พิมพ์ให้เบาที่สุด  หากคุณเป็นนักพิมพ์ประเภทกดคีย์เหมือนช่วงโหมโรงของเปียโน  คุณอาจจะต้องเปลี่ยน  อย่าลืมว่าในหนึ่งเพลง  นักเปียโนมีช่วงโหมโรงสั้นๆ เท่านั้นเอง  ไม่ใช่วันละ ๘ ชั่วโมงต่อเนื่องขึ้นไปอย่างคุณ

ขอให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นและมีความสุขในที่ทำงานของคุณนะค่ะ

 

 

 

ระวัง! มะเร็งลำไส้ ภัยเงียบที่คุกคามชีวิตคนเมือง

Posted in Health conner with tags on กุมภาพันธ์ 26, 2009 by onlyme01

ระวัง! มะเร็งลำไส้ ภัยเงียบที่คุกคามชีวิตคนเมือง

 

 picfoods08

มะเร็งเป็นส่วนหนึ่งในสาเหตุการตายอันดับตันๆ ของคนทั่วโลก โดยเฉพาะ มะเร็งลำไส้ ซึ่งมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นทุกปี ปัจจุบันยังไม่มีผลการศึกษาทางการแพทย์ใดๆ สามารถชี้ชัดสาเหตุที่แท้จริงของโรคมะเร็งได้ 

 

       ผู้ที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง คือผู้ที่ไม่รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะโดยเฉพาะกลุ่มที่รับประทาน

อาหารที่มีวิตามินและกากใยน้อย ดังนั้นการป้องกันโรค คือการรับประทานอาหารในปริมาณที่เพียงพอและสม่ำเสมอ

การบริโภควิตามินและเกลือแร่รวมในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาสุขภาพของคน

ในยุคปัจจุบันที่มีภารกิจรัดตัว กินนอนไม่เป็นเวลา ออกกำลังกาย และพักผ่อนน้อย เพราะเป็นวิธีการที่สะดวก

ที่สามารถเติมเต็มร่างกายให้ได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่ต้องการในแต่ละวัน ทั้งนี้ การได้รับวิตามินรวมติดต่อกันเป็นเวลา 15 ปี

จะช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ สูงถึง 80 % สำหรับวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์วิตามินให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายผู้บริโภคสูงสุด

มีวิธีเบื้องต้นดังนี้

          ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินและเกลือแร่ครบถ้วน ตามที่ร่างกายต้องการ

          ผลิตภัณฑ์วิตามินเกลือแร่รวมนั้นต้องมีปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของรางกายในแต่ละวัน

          ผลิตภัณฑ์นั้นควรประกอบด้วยสารอาหารวิตามินและเกลือแร่ล้วนๆ ไม่เจือปนส่วนประกอบอื่นๆ

 

            การจะทำงานใดๆ ให้ราบรื่นนั้น สุขภาพที่ดีถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เราทุกคนบรรลุถึงเป้าหมาย

ฉะนั้นการดูแลรักษาร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรงจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ปฎิเสธไม่ได้ถ้าคุณไม่ต้องการให้โรคร้ายต่างๆ าพรากความสุขจากชีวิตของคุณไป วันนี้ไม่สายหากคุณจะแสดงความรักต่อสุขภาพ

ของตัวคุณเอง

 

 

 

Re : For rest in the Forest

Posted in Article on มกราคม 12, 2008 by onlyme01

เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสได้เจอรุ่นน้องคนหนึ่ง หลังจากได้พูดคุยกันในเรื่องเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเข้าป่าที่มีอยู่มีหลายรูปแบบ การเตรียมตัวในการใช้ชีวิตในป่าไม่ใช่เรื่องง่าย รุ่นน้องผู้ไม่เคยเข้าป่าจึงอยากรู้ว่า ถ้าจะดำรงชีพในป่าจะต้องทำอย่างไร ยิ่งเรื่องอาหารการกินด้วยแล้ว อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักเดินทางหน้าใหม่ วันนั้นไม่ว่างตอบ วันนี้เลยขออาสาไขข้อสงสัยที่ว่ามาตอบ ณ ที่นี้เลยแล้วกัน การดำรงชีพในป่า อาจฟังดูเป็นเรื่องยากสำหรับนักเดินทางหน้าใหม่ เพราะไม่ทราบถึงวิธีการที่แน่ชัด เรื่องของการดำรงชีพในป่านั้น เราจึงขออธิบายวิธีการหลักๆละกันนะ

ข้อแรกที่ขาดไม่ได้ก็คือ การหาน้ำในป่าซึ่งน้ำถือเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักเดินทางทุกคน ลำดับต่อมาจะเป็นเรื่องการใช้หม้อสนามหุงข้าว ดูซิว่ามีวิธีอย่างไร การหาน้ำจากธรรมชาติถือเป็นอีกทางรอดหนึ่งเมื่อถึงยามฉุกเฉิน วิธีการคือ การหาน้ำดื่มจากเครือเขาน้ำ เครือเขาน้ำนี้เป็นพืชเถาวัลย์ชนิดหนึ่ง บางครั้งชาวบ้านก็เรียกว่าเถาวัลย์น้ำหรือเถาน้ำ เวลาจะหาเครือเขาน้ำ

ขอให้สังเกตภูมิประเทศที่มีต้นไม้ใหญ่ใบสีเขียว ลักษณะของเครือเขาน้ำเป็นเถาวัลย์ขนาดใหญ่ ที่ขึ้นพันอยู่กับต้นไม้ใหญ่อีกทีหนึ่ง ลักษณะของลำต้นแก่จะกลม และมีเปลือกแตกเป็นร่องลึก ส่วนยอดอ่อนจะมีลักษณะแบนเล็กน้อย ใบจะเป็นใบย่อยจำนวน 3 ใบ วิธีตัดให้ใช้มีดคม ๆ ตัดครั้งแรกให้สูงที่สุดที่สามารถตัดได้ แล้วจึงตัดที่โคนเถาเครือเขาน้ำอีกครั้งหนึ่ง น้ำซึ่งอยู่ภายในเถาจะไหลออกมา ให้นำภาชนะมารองน้ำนั้นหรือถือเถาขึ้นสูงเพื่อให้น้ำไหลลงสู่ปากเลยก็ได้ น้ำที่ไหลออกมานี้สามารถรับประทานได้เลยทันทีโดยไม่ต้องต้ม

น้ำจะมีลักษณะใสเหมือนน้ำประปา มีรสจืดสนิท และมีกลิ่นเขียวของพืชอ่อน ๆ ถ้าไม่แน่ใจว่า เถาที่ตัดมานั้นเป็นเครือเขาน้ำหรือไม่ เราก็มีวิธีการที่เรียกว่า “ชิมคอย” คือชิมทีละนิดโดยเริ่มจากหนึ่งหยดก่อนแล้วคอยดูอาการประมาณ 15 นาที หากไม่มีอาการแพ้ อาการคันใดๆแล้วก็ให้ชิมอีกครั้ง โดยเพิ่มปริมาณขึ้นทีละน้อย เมื่อดูอาการว่าไม่แพ้พิษใดๆแน่แล้ว จึงดื่มในปริมาณมากต่อไป ยังไงก็ใช้ตอนจำเป็นจริง ๆ นะครับ อย่าตั้งใจไปตัดมันล่ะ

ต่อไปจะเป็นเรื่องของการใช้หม้อสนามหุงข้าว ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ยังชีพชนิดหนึ่งที่มีการใช้งานกันในหมู่ทหาร นั่นก็คือที่มาของคำว่าหม้อสนามนั่นเอง โดยได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานสำหรับการเดินป่าใน หม้อสนามจะมีขีดสำหรับบอกตำแหน่งสำหรับใส่ข้าวและตำแหน่งสำหรับใส่น้ำให้เสร็จสรรพ การหุงข้าวเริ่มจากการใส่ข้าวลงในหม้อ สำหรับคนที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้างก็อาจจะเติมข้าวเติมน้ำให้มากกว่าที่เค้ากำหนดไว้ก็ได้ เพื่อจะได้ปริมาณข้าวที่สุกแล้วมากขึ้น จะได้ไม่ต้องหุงหลายหม้อ แต่สิ่งที่ควรระวังจากการหุงข้าวด้วยหม้อสนามก็คือ ด้วยความที่รูปทรงของหม้อสนามเป็นรูปทรงสูง และเราต้องใช้กองไฟโอกาสที่ข้าวจะไหม้บริเวณก้นนั้นมีอยู่มากทีเดียว

 เนื่องจากเป็นบริเวณที่ถูกไฟกระทบมากที่สุด เราควรใช้ความระมัดระวัง ช่วงแรกคงปล่อยทิ้งได้ แต่พอน้ำเริ่มจะแห้งคงต้องให้ความสำคัญกับมันมากขึ้น วิธีสังเกตง่ายๆนะครับ หากน้ำเริ่มล้นจากหม้อแสดงว่ามันเริ่มเดือดสุดๆแล้วอีกไม่นานน้ำก็จะหยุดไหล และเมื่อเราใช้ไม้เคาะดูที่ตัวหม้อ ถ้าเสียงมันแน่นๆ นั่นแสดงว่าข้าวแตกตัวเต็มที่และเริ่มที่จะแห้งแล้ว ควรจะยกลงมาวางข้างล่างใกล้กองไฟแทน เพื่อให้ความแรงจากกองไฟกระทบ ด้านข้างของหม้อสนาม ความร้อนจะได้กระจายไปทั่วมากขึ้น

การดำรงชีพในป่าสามารถประยุกต์ได้ตามความสะดวกของแต่ละบุคคล ยังไงก็ขอให้มีจิตสำนึกที่ดีกับสถานที่นั้นนะครับ สิ่งที่เราได้สัมผัสจะได้ถูกส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้ซึมซับกับความอัศจรรย์สืบไป ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวครับ

ที่มา : นิตยสาร U-TURN (ฝึกปฏิบัติ) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คอลัมน์ Re : For rest in the Forest